มิถุนายน 25, 2021

ข่าว มวยไทย

อัพเดทข่าว มวยไทย รายงานผลการแข่งขันมวย วิเคราะห์มวยอย่างแม่นยำ

นอกสังเวียน ไม่ธรรมดา! “ยอดแสนไกล” จูงมือแฟนเด็กกว่า 10 ปี เข้าพิธีวิวาห์ชื่นมื่น

นอกสังเวียน

นอกสังเวียน จับมือแฟนสาวเข้าพิธีวิวาห์เรียบร้อยสำหรับ ยอดแสนไกล ไอเว แฟร์เท็กซ์ นักชกชื่อดังในวงการมวยไทย และคิกบ็อกซิ่ง ที่ตกลงใจสละโสดรอบสองในวัย 35 ปี ไปเมื่อวันเสาร์ที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมา

นอกสังเวียน โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวเผยมีแผนที่จะสมรสในวันที่ 10 พฤษภาคม ก่อนหน้าที่ผ่านมา แม้กระนั้นดันมาติดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ทำให้งานสมรสมีอันจำเป็นต้องเลื่อนออกไปแบบไม่มีระบุ

นอกสังเวียน

อย่างไรก็ตามปัจจุบัน “มวยคอมพิวเตอร์” ได้จับมือ “น้องปูเป้” นภาพร แพลอย แฟนสาวที่อายุห่างกันร่วม 10 ปี เข้าพิธีมงคลสมรสตามประเพณีอย่างเป็นทางการที่จังหวัดเพชรบุรี บ้านของฝ่ายหญิง

ซึ่งงานในตอนเช้าเป็นพิธีการแบบไทยๆขณะที่ตอนเย็นเป็นการเลี้ยงฉลองมงคลสมรส ท่ามกลางญาติสนิมเพื่อนมากมายก่ายกองที่เดินทางมาเป็นพยานในรักครั้งใหม่ของเจ้าตัวกันอย่างมาก ข่าว มวยไทย 

ขณะเดียวกันนี้ นักต่อยวัย 35 ปี ได้เผยถึงชีวิตข้างหลังสมรสว่าจะยังคงตั้งใจฝึกหัด และก็ขึ้นชกถัดไปเพื่อคิดบัญชีมาทำธุรกิจส่วนตัว “หลังสมรสก็คงจะใช้ชีวิตอย่างงี้ไปก่อนนะครับ เพราะเหตุว่าผมยังคงมีสัญญาอยู่ที่ประเทศจีน แต่ระยะทางไม่มีปัญหาแน่ๆ ด้วยเหตุว่าที่ผ่านมาเราไม่มีปัญหาเกี่ยวกับประเด็นนี้ แล้วก็พวกเราก็โทรหากันตลอดแทบทุกวัน”

“ส่วนเรื่องการชกมวย ผมยังต่อยต่อแน่ๆขอรับ การแต่งงานแต่งงานไม่มีผลอะไรกับฟอร์มการต่อยของผม ถ้าเกิดฟอร์มจะแปลงก็ขึ้นกับสังขารและก็กาลเวลามากกว่าครับ”

สำหรับ ถือเป็นนักต่อยที่ได้รับการยอมรับว่ามีฝืมือไม่ธรรมดา ปัจจุบันยังมีข้อตกลงกับค่ายต้นสังกัดที่เมืองจีน รวมทั้ง วัน แชมเปียนชิพ ส่วนเรื่องลูกๆทั้งคู่คนของเจ้าตัวกับเมียที่เลิกรากันไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้มีย่า (แม่ของยอดแสนไกล) ช่วยดูแล แล้วก็ น้องปูเป้ ก็กับเด็กๆได้ดีด้วย

ในหน้าประวัติศาสตร์ประเทศไทย มีนักชกไทยเพียงไม่กี่ผู้ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักแล้วก็ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งหนึ่งในนั้นจะต้องมีชื่อของ “ ไอเว แฟร์เท็กซ์” อยู่ในลำดับหนึ่ง

นอกสังเวียน

เจ้าของฉายา “เจ้าหนูคอมพิวเตอร์” แม้วันนี้เขาไม่ใช่ ‘เจ้าหนู’ อีกต่อไป แต่ฉายานี้ก็แสดงได้ถึงความอัจฉริยะบนสังเวียนตลอดเวลาร่วม 27 ปี ตั้งแต่เขาก้าวเท้าสู่ถนนนักสู้ในวัยเพียงแค่ 8 ขวบ

เกิดที่จังหวัดหนองบัวลำภูเขา ในหมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญของภาคอีสาน ครอบครัวของเขามีฐานะอดอยาก เขาก็เลยหันไปพึ่งวิชามวยไทย เช่นเดียวกับนักมวยหลายๆคนในแถบภาคอีสานบ้านเรา เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว

การขึ้นชกครั้งแรกเขาเจอกับความพ่ายแพ้ แต่ว่าแลกมาด้วยค่าจ้าง 20 บาทซึ่งเอามาซื้ออาหารในครอบครัวได้

หลายปีถัดมา ศิษย์ครูอ๊อด ที่ย้ายมาอยู่ขึ้นตรงต่อ เพชรยินดี ก็สร้างชื่อในเวทีมาตรฐานเมืองหลวง ด้วยการคว้าแชมป์สนามมวยเวทีลุมพินี รุ่น 112 ป.ได้ในปี 2544 เวลาที่เขาแก่เพียงแต่ 16 ปี รวมทั้งคว้าแชมป์รุ่น 147 เปรียญในปี 2548

ด้วยท่าทาง แล้วก็ฝีมือของ ไปเตะตาค่ายใหญ่ เมืองพัทยาอย่าง แฟร์เท็กซ์ ทำให้เขาถูกซื้อตัวเข้าไปอยู่ในสังกัด แล้วก็ผลักดันให้โกอินเตอร์ จนถึงเขาได้มาพบคู่แข่งขันแถวหน้าของแวดวงมวยอย่าง “จอห์น เวย์น พาร์” ซึ่งตอนนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังในสุดยอด แม้แต่ในไทยเขาก็เคยเดินทางมาต่อย

ไฟต์ดังกล่าว จัดขึ้นที่รกราก ของคู่แข่ง ในประเทศออสเตรเลีย แต่ว่าก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักต่อยไทย ที่จะคว้าแชมป์มาได้อย่างสมศักดิ์ศรี ภายหลังตี ต่อยกันอย่างดุเดือดจนครบ 5 ยก ขึ้นแท่นแชมป์โลก WBC มวยไทย รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวตคนแรกของสถาบันนี้ แล้วก็คุ้ม ครองแชมป์ ได้อีกหลายครั้ง โฮลีฟิลด์คาด

นักสู้จากเมืองพัทยา ผ่านคู่ต่อย ยอดฝี มือหลายคน ก่อนทะยาน ไปสู่รอบ ชิงแชมป์ และก็ได้จำเป็น ต้องพบ กับคู่ปรับเก่าอย่าง จอห์น เวย์น พาร์ อีกที

ศึกล้างตา 5 ยก นักชกไทยย้ำแค้นนักต่อยดังชาวออสซีได้เป็นครั้งลำดับที่สอง ก่อนก้าวขึ้นเป็นแชมป์ WMC คอนเทนเดอร์ ทวีปเอเชีย ซีซันแรก และก็แชมป์ WMC รุ่นมิดเดิลเวต ในขณะเดียวกัน ซึ่งความมี ชัยครั้งนี้สร้าง ชื่อเสียงในระดับโลก ให้กับได้อย่างทันตา

เดินทางไกลสู่ ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2556 เพื่อท้าชิงแชมป์โลก ไลออน ไฟต์ ซึ่งเป็นรายการใหญ่ของอเมริกา กับเจ้าถิ่นอย่าง “ชิเก ลินด์เซย์” ในรุ่นมิดเดิลเวต

นอกสังเวียน แม้เขาจะเสียเปรียบรูปร่าง แต่ก็สามารถคว้าชัยได้เสร็จ ก่อนจะปกป้องแชมป์ได้อย่างงดงามในปีถัดมา ด้วยการน็อก ผู้ท้าแข่งชาวอังกฤษ “ซาลาห์ ติดอยู่ลิฟา” อย่างงดงามในยกที่สอง

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของผลงานที่ ยอดแสนไกล สั่งสมมาตลอด 27 ปีบนสังเวียนผืนผ้าใบ จนทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักอย่างมากมายในวงการมวยไทยและก็คิกบ็อกซิ่งระดับโลก ก่อนจะเข้ามาอยู่ในสังกัด วัน แชมเปียนชิพ ตั้งแต่ปี 2561 โดยเก็บสถิติชนะ 3 และแพ้ 2 ไฟต์หลัง

นอกสังเวียน แต่ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องกลับมาเรียกศรัทธา และความมั่นใจให้กับตนเอง ในศึก ONE: NO SURRENDER ที่ใกล้มาถึงในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ กับการชิงบัลลังก์แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟคุณร์เวต (70.3 กก.) กับ “เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี”